Untitled Document
<<<<<<<<ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Thai Cattle Thai Cattle !!!!!!!!!!!

 

 

 

การใช้เศษวัสดุเหลือใช้ของข้าวโพด
ฝักอ่อนและข้าวโพดหวานเป็นอาหารสัตว์

 

 

 
 
 

 

 

 

ข้าวโพดฝักอ่อน (Baby corn)


          ปลูกกันมากในเกือบทุกภาคของประเทศ ภาคเหนือ จะปลูกมากในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย นครราชสีมา และภาคกลาง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี ระยะเวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 40-45 วัน ปลูกได้ดีในช่วงฤดูฝน แต่ถ้าเป็นพื้นที่ในเขตชลประทานสามารถปลูกได้ตลอดปี (4 ครั้ง/ปี) ดังนั้น เศษเหลือจากการผลิตข้าวโพดฝักอ่อน เช่น ต้นข้าวโพด เปลือกฝักข้าวโพด และไหม จึงมีมากในเกือบทุกภาคของประเทศ และเกือบตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเขตชลประทาน


          ข้าวโพดฝักอ่อนจะถูกเก็บเกี่ยวในขณะที่ต้นยังมีสีเขียว (อายุ 40-45 วัน) คุณค่าทางอาหารของต้นข้าวโพดฝักอ่อน จึงสูงมีโปรตีนอยู่ในช่วง 8.5-9.7% เยื่อใยหยาบ 26-27% ส่วนเปลือกฝัก และไหม ที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมการทำข้าวโพดอ่อนกระป๋อง และข้าวโพดอ่อนสด จะมีปริมาณมาก สภาพของเปลือก และไหมจะยังคงมีสีเขียว ลักษณะอ่อนนุ่ม รสหวาน สัตว์ชอบกิน มีคุณค่าทางอาหารสัตว์ดี โปรตีนอยู่ในช่วง 12.6-17.0% เยื่อใยหยาบ 9.5-21.0% ต้นเปลือก และไหมของข้าวโพดฝักอ่อน เกษตรกรสามารถนำไปใช้เลี้ยงโคนมแทนหญ้าสดได้ดี ทำให้โคให้ผลผลิตน้ำนมมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงโคนมด้วยฟางข้าว หรือหญ้าธรรมชาติ เปลือกฝักข้าวโพดอ่อน นอกจากนำมาใช้เป็นอาหารหยาบสดได้ดีแล้ว ยังสามารถนำมาหมักเพื่อเก็บไว้ใช้ในยามขาดแคลนหญ้าสดได้เช่นเดียวกัน

 

การนำไปใช


          โคนม โคเนื้อ และแกะ สามารถใช้ต้น หรือเปลือกข้าวโพดฝักอ่อน หรือใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนร่วมกับหญ้าสดเป็น
อาหารหยาบได้ หรือใช้เปลือกข้าวโพดฝักอ่อนหมักร่วมกับข้าวโพดบดเป็นอาหารหยาบในโคเนื้อ จะช่วยให้โคเนื้อมีอัตรา
การเจริญเติบโตเพิ่มขึ้น

 

ตารางแสดง ส่วนประกอบทางเคมีของเศษเหลือจากการผลิตข้าวโพดฝักอ่อน (% วัตถุแห้ง)

ส่วนประกอบ

ต้นข้าวโพด

เปลือกฝัก

ไหม

วัตถุแห้ง (dry matter)

25.3

18.0

12.4

โปรตีน (crude protein)

8.8 - 9.7

12.6 - 13.5

17.1

เยื่อใยหยาบ (crude fiber)

26.8

21.0 - 21.5

9.7

ไขมัน (ether extract)

0.9

1.0 - 1.8

2.6

เถ้า (Ash)

7.5 - 8.5

5.2 - 5.7

5.9

Nitrogen free extract

55.0

58.3 - 59.4

64.7

ADF

37.2 - 37.4

27.3 -28.7

13.9

NDF

61.7 - 63.6

60.6 - 61.5

38.4

ลิกนิน

3.8 - 4.3

1.6 - 2.5

1.9

แคลเซียม

0.4

0.1

-

ฟอสฟอรัส

0.2

0.4

-

หมายเหตุ (-) หมายถึง ไม่มีข้อมูล

 


ข้าวโพดหวาน (Sweet corn)


          ปลูกกันมากในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม และทางตะวันตกของประเทศไทย ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม เพชรบุรี สมุทรสาคร อายุเก็บเกี่ยวสั้น เก็บฝักสดเมื่ออายุ 65-80 วัน (ขึ้นอยู่กับพันธุ์) ปลูกได้ดีในช่วงฤดูฝน และสามารถปลูกได้ตลอดปี ถ้ามีแหล่งน้ำ และดินอุดมสมบูรณ์ดี ข้าวโพดหวาน ส่วนใหญ่จะเก็บเกี่ยวฝักสด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นข้าวโพดหวานกระป๋อง เช่น ซุปข้าวโพด และเมล็ดข้าวโพดในน้ำเกลือ ต้นที่เหลืออยู่หลังจากเก็บเกี่ยวฝัก แล้วจะยังคงมีใบและลำต้นเป็นสีเขียวอยู่มาก ส่วนของฝักที่นำไปแปรรูปก็จะมีเศษเหลือพวกเปลือก ฝัก ไหม และซังเป็นจำนวนมาก เศษวัสดุเหลือใช้ของข้าวโพดหวานเหล่านี้ สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้

 

          ต้นข้าวโพดหวานมักจะมีคุณภาพด้อยกว่าต้นข้าวโพดฝักอ่อน เพราะอายุการเก็บเกี่ยวนานกว่า คุณภาพจะอยู่ในช่วงปาน กลาง-ต่ำ มีโปรตีนอยู่ในช่วง 6.5-9.1% เยื่อใยหยาบ 30.5-36% มีแร่ธาตุแคลเซี่ยม และฟอสฟอรัสอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือ 0.4% และ0.3% เปลือกฝักจะมีโปรตีน 6.5-7.5% ธาตุแคลเซี่ยมมีแนวโน้มค่อนข้างต่ำ คือ 0.09-0.4% อาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ ส่วนซังข้าวโพดที่เหลือทิ้งจากโรงงานผลิตซุปข้าวโพด ซึ่งจะมีส่วนของเมล็ดติดหลงเหลืออยู่ มีโปรตีนประมาณ 7-8% เยื่อใยหยาบ 23.5% แคลเซี่ยมต่ำ 0.04-0.11% นอกจากนี้ ยังมีเศษเหลือพวกยอด และช่อดอกตัวผู้ของข้าวโพดหวานที่ต้องตัดออกก่อนช่อดอกจะบาน หรือ7-10 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวฝัก เพื่อเร่งให้ฝักโตเร็วขึ้น และลดการแย่งอาหาร ซึ่งส่วนนี้จะมีคุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีนประมาณ 11% เยื่อใยหยาบ 21%

 

การนำไปใช้


          ต้นข้าวโพดหวานใช้เป็นอาหารหยาบทดแทนหญ้าสดสำหรับโคเนื้อ-โคนมได้ ซังข้าวโพดหวานที่เหลือทิ้งจากการนำไปทำซุปข้าวโพดกระป๋อง ใช้เป็นอาหารหยาบสำหรับโครีดนมในช่วงฤดูแล้งได้ แต่ซังข้าวโพดเหล่านี้จะมีความชื้นสูง และเกิดเชื้อราได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสัตว์ การนำไปใช้เลี้ยงสัตว์จึงควรใช้ซังข้าวโพดหวานที่สด และใหม่

 

          ในกรณีต้องการเก็บถนอมต้นข้าวโพดหวานไว้ สำหรับใช้ในยามขาดแคลนอาหารหยาบ สามารถนำไปหมักได้เช่นเดียวกับการทำหญ้าหมัก และอาจเติมรำละเอียด หรือเมล็ดข้าวโพดบด ในปริมาณ 10% ของน้ำหนักต้นข้าวโพดสด ซึ่งจะช่วยให้ต้นข้าวโพดหมักมีคุณภาพดีขึ้น



ตารางแสดงส่วนประกอบทางเคมีของเศษเหลือจากการผลิตข้าวโพดหวาน (% วัตถุแห้ง)

ส่วนประกอบ

ต้น

เปลือกฝัก

ยอดและช่อดอกตัวผู้

ซัง

วัตถุแห้ง (dry matter)

22.8

28.0

-

27.5

โปรตีน (crude protein)

6.5 - 9.1

6.53

11.3

7.1 - 8.01

ไขมัน (ether extract)

1.0 - 3.2

1.01

1.63

2.2 - 2.24

เยื่อใยหยาบ(crude fiber)

30.5 - 36.2

36.25

21.4

23.57

Nitrogen free extract (NFE)

47.6

-

40.5

-

เถ้า (Ash)

9.7

-

5.5

-

NDF

68.2 - 69.3

68.19

-

69.3 - 71.8

NDS

-

31.81

-

30.74

ADF

38.2 - 48.1

48.13

-

28.20 - 33.6

ลิกนิน

5.3

-

-

5.6

แคลเซี่ยม

0.4

0.4

-

0.04 - 0.11

ฟอสฟอรัส

0.3

0.33

-

0.3 - 0.33

หมายเหตุ (-) หมายถึง ไม่มีข้อมูล

 

 

 

ที่มาข้อมูล : จินดา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา. 2539. ข้าวโพดและเศษเหลือจากข้าวโพดเป็นอาหารสัตว์. กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 35หน้า .จินดา สนิทวงศ์ฯ สุวิทย์ อินทฤทธิ์ และสถิต มั่งมีชัย. 2541. การใช้ซังข้าวโพดหวานเป็น อาหารหยาบสำหรับโครีดนมในช่วงแล้ง. น.1-11ใน รายงานผลงานวิจัยประจำปี2541. กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.

 

 
 
Untitled Document
 
Copyright 2006, NU Com-science 4. All rights reserved  
  Tel : (086) 7312077, (086) 1158880 ,   (081) 0292108