Untitled Document
<<<<<<<<ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Thai Cattle Thai Cattle !!!!!!!!!!!

 

 

 

โคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน

(Kampaengsaen Beef Breed)

 

 

 
 
 

 

 

 

 

ที่มาของการประดิษฐ์คิดค้น

 

           ในอดีตยังไม่มีโคพันธุ์ุ์เนื้อที่สามารถเลี้ยงโคขุนในเชิงธุรกิจเหมือนโคเนื้อพันธุ์ุ์ต่างประเทศเช่นยุโรปและอเมริกาส่วนโคพื้นเมืองของประเทศไทยแม้ว่ามีคุณสมบัติดีเด่นหลายประการแต่ก็มีขนาดเล็กและโตช้า ดังนั้นนักวิชาการของมหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้พัฒนาโคพันธุ์ุ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นโคพันธุ์ุ์แรกขอประเทศชื่อว่าพันธุ์ุ์กำแพงแสน ซึ่งปรับปรุงพันธุ์ุ์มาจากโคพื้นเมืองกับโคพันธุ์ุ์บราห์มัน และโคพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์ โดยได้รับลักษณะที่ดีจากโคพื้นเมืองไทย คือ การปรับตัวได้ดีในสภาพอากาศร้อนขึ้นทนต่อเห็บและแมลงรวมทั้งโรคและพยาธิและสามารถเจริญเติบโตได้ใน สภาพที่อาหารสัตว์มีคุณภาพต่ำและปริมาณกำจัดได้รับโครงร่างใหญ่จากโคพันธุ์ุ์บราห์มันแล้วเพิ่มความสามารถในการสร้างเนื้อคุณภาพดี และโตเร็วจากโคพัน์ชาโลเล่ส์ สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้

 

            พ.ศ. 2507-2512 เริ่มโครงการโคเนื้อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ สถานีฝึกนิสิตทับกวางและวิทยาเขตกำแพงแสน โดยมี ศาสตราจารย์ ศร. จรัญ  จันทลักขณา เป็นหัวหน้าโครงการได้สั่งน้ำเชื้อแช่แข็งพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์ เออร์ฟอร์ดแองกัส และบราห์มัน มาผสมกับแม่โคพื้นเมืองโดยศึกษาสมรรถภาพของโคพันธุ์ุ์ผสมต่างๆ เพื่อตัดสินใจใช้พันธุ์ุ์ที่เหมาะสมที่สุด

            พ.ศ. 2517 เริ่มโครงการปรับปรุงโคเนื้อระดับหมู่บ้านโดยดำเนินการร่วมกับกลุ่มเกษตรกรรอบๆ วิทยาเขตกำแพงแสน
            พ.ศ. 2527 เริ่มจัดอบรมหลักสูตรการเลียงโคเนื้อให้เกษตรกรและผู้สนใจจากทั่วประเทศ
            พ.ศ. 2530 จากผลการวิจัยสรุปได้ว่าโคที่มีสายเลือดพื้นเมือง 25% บราห์มัน 25% ชาโลเล่ส์ 25% มีคุณลักษณะเหมาะสมที่สุดในสภาพอากาศร้อนขึ้น คือ โตเร็ว เลี้ยงง่าย และเนื้อมีคุณภาพสูง แล้วตั้งชื่อโคว่าโคเนื้อกำแพงแสน ตามชื่อของที่ตั้งวิทยาเขต

            พ.ศ. 2534 ก่อตั้งสมาคมโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน นายกสมาคมคนแรกคือ นายสุนทร  นิคมรัตน์ ได้ขยายปรับปรุงพันธุ์ุ์ออกไปสู่ฟาร์มเอกชนในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ
            พ.ศ. 2536 ก่อตั้งสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำกัด เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมธุรกิจจำหน่ายเนื้อโคพันธุ์ุ์กำแพงแสนไปยังศูนย์การค้า ภัตตาคารต่างๆ
            พ.ศ.2539 พ่อพันธุ์ุ์โคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน ชื่อ ขุนแผน K 11-36/241 ชนะการประกวดโคเนื้อได้รับรางวัลสุดยอดโคเนื้อของประเทศไทย Super Grand Champion ในงานแสดงเกษตรและอุตสาหกรรมโลก WORLDTECH’ 95 Thailand ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชศรีมา

            พ.ศ.2540 เริ่มโครงการปรับปรุงพันธุ์ุกรรมและสมรรณภาพการผลิตโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนอย่างเข้มข้นและกว้างขวางโดยมรศาสตราจารย์ ปรารถนา  พฤษะศรี เป็นหัวหน้าโครงการ ได้รับงบประมาณจากสถาบันวิจัยและพัฒนาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยโครงการนี้ดำเนินการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับสมาคมโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน และสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกรมปศุสัตว์ให้การสนับสนุนด้านการส่งเสริมและเผยแพร่
            พ.ศ.2543 นายปรีชา  อินนุรักษ์ เป็นหัวหน้าโครงการปรับปรุงพันธุ์ุกรรมและสมรรถภาพผลิตโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนสืบต่อมา และผลิตน้ำเชื้อ

แช่แข็งจากโคที่ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้วกระจายให้แก่สมาชิกในโครงการและเกษตรกรทั่วประเทศ

 

ระยะเวลาการประดิษฐ์คิดค้น


            ตั้งแต่การดำเนินงานที่วิทยาเขตกำแพงแสนคือ พ.ศ.2512 ถึงปัจจุบันรวมประมาณ 35 ปี

 

คุณสมบัติและลักษณะเด่น


            1. สามารถเลี้ยงเป็นโคชุนในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยได้ดี ทนต่อและแมลง ขณะที่เกษตรนำไปเลี้ยงได้ในภาคของประเทศไทยช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น
            2. เป็นโคพันธุ์ุ์เนื้อที่มีโครงร่างและการเจริญเติบโตดีมีประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงไม่แพ้โคเนื้อพันธุ์ุ์ต่างประเทศโคพันธุ์ุ์ต่างประเทศไม่สามารถอยู่รอดสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
            3. คุณภาพซากและเนื้อดี ทัดเทียมกับเนื้อที่นำเข้าจากต่างประเทศเนื้อนุ่มและปลอดจากโรควัวบ้าหาดเลี้ยงถูกวิธีจะมีไขมันพอดี ไม่ทำให้คนเป็นโรคอ้วน

 

หลักการ วิธีการ และกรรมวิธี


            การสร้างโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน เป็นการปรับปรุงโคพื้นเมืองของไทยคุณสมบัติที่ดีเลิศของโคพื้นเมืองที่ไม่มีโคพันธุ์ุ์ใดเทียบได้คือ ความสมบรูณ์พันธุ์ุ์ ได้แก่ การเป็นสัดเร็วผสมติดง่ายได้ลูกทุกปีทั้งๆ ทีได้รับอาหารตามสภาพการเลี้ยงของเกษตรกรไทย แต่เนื่องจากโคพื้นเมืองมีขนาดเล็กโตช้า ไม่สามารถนำไปเลี้ยงเป็นโคขุนในระบบธุรกิจได้ จึงมีการปรับปรุงโคพื้นเมืองโดยการนำเอาโคพันธุ์ุ์บราห์มันมาผสมเพื่อให้ได้ลูกที่มีขนาดใหญ่และโตเร็วขึ้น เนื่องจากโคบราห์มันเป็นโคพันธุ์ุ์เอเชียจึงผสมกันได้ดีกับโคไทย ทำให้ได้ลูกผสมตัวใหญ่ขึ้น และให้ลูกดกอันเป็นผลดีของโคพื้นเมืองไทยที่ถ่ายทอดมา ดังนั้น โครงการปรับปรุงพันธุ์ุกรรมโคเนื้อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงพยายามรักษาเลือดโคพื้นเมืองไว้ 25% เพื่อให้คงความดีของความสมบรูณ์พันธุ์ุ์ และกำจัดเลือดพันธุ์ุ์บราห์มันไว้เพียง 25% เพื่อให้ได้โครงสร้างใหญ่ขึ้นแล้วนำพันธุ์ุ์โคชาโลเล่ส์มาช่วยเสริมเรื่องการเนื้อนุ่ม และการเจริญเติบโตเร็วแต่โคชาโลเล่ส์เป็นโคพันธุ์ุ์พื้นเมืองหนาว ซึ่งไม่สามารถทนอากาศร้อนบ้านเราได้จึงจำกัดเลือดพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์ไว้เพียง 50% ทำให้โคลูกผสมมีสัดส่วนของลักษณะเด่นผสมกันพอดีละเหมาะสม

 

            สรุปได้ว่า การสร้างโคพันธุ์ุ์กำแพงแสน เป็นการสร้างพันธุ์ุ์โคเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นโคเนื้อที่ดีครบถ้วนสำหรับเลี้ยงในสภาพทั่วไปของประเทศไทย โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โคพื้นเมืองเป็นพันธุ์ุ์พื้นฐาน นอกจากจะเหมาะสมกับประเทศไทยแล้ว ยังใช้ได้ดีในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยในเอเชียอาคเนย์อีกด้วย

 

ตาราง คุณสมบัติทางเศรษฐกิจของโคพันธุ์ุ์ต่างๆ ที่ใช้สร้างโคพันธุ์ุ์กำแพงแสน

 

คุณสมบัติ

ระดับคะแนนของโคพันธุ์ุ์ต่างๆ

พื้นเมือง

บราห์มัน

ชาโลเล่ส์

กำแพงแสน

ความสมบูรณ์พันธุ์ุ์

5

2.5

4

4

การคลอดง่าย

5

5

3

4

น้ำหนักแรกคลอกต่ำ

5

5

3

4

การเติบโตในคอกขุน

1

3

5

4

ประสิทธิภาพการใช้อาหาร

2

3

5

4

ความดีของซาก

1

3

4.5

4

คุณภาพเนื้อ

3

3

4

4

เลี้ยงง่ายในเมืองไทย

5

4

1

4

ความคึกในการผสมพันธุ์ุ์

5

3

4

3.5

อารมณ์ดี ไม่ดุ

3

3

4

3.5

อายุยืนยาว

5

3.5

3

4

 

                     หมายเหตุ  5 = ดีที่สุด 1 = ด้อยที่สุด

 

ขั้นตอนการสร้างและการพัฒนาโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน แบ่งออกได้เป็น 3 ขั้นตอน

 

 

 

 

            ขั้นตอนที่ 1 แผนการผสมพันธุ์ุ์เพื่อได้โคพื้นฐาน (D1 หรือ Foundation grade) โดยเริ่มต้นจากโคพื้นเมือง หรือลูกโคผสมบราห์มัน ให้เริ่มต้น
ครั้งแรกคือนำแม่โคพื้นเมืองมาผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อหรือพ่อพันธุ์ุ์บราห์มันพันธุ์ุ์แท้ แต่ถ้าจะลดขั้นตอนโดยเริ่มจากแม่โคบราห์มันลูกผสม 50 % ก็ได้ แต่ต้องเป็นแม่โคที่มีลักษณะดีแล้วผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์เมื่อลูกโคที่มีเลือดพื้นเมือง 25 % แล้วจากของโคต้องขอจดทะเบียนรับรองพันธุ์ุ์จากสมาคมโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนเป็นโคพื้นฐานในระดับ D1 หรือ Foundation grade


            ขั้นตอนที่ 2 แผนการผสมพันธุ์ุ์เพื่อให้ได้พันธุ์ุ์แท้ เมื่อมีการสร้างพันธุ์ุ์ใหม่จากากรเอาโคพันธุ์ุ์ดั้งเดิม 2 พันธุ์ุ์ หรือมากกว่ามารวมกันลูกที่เกิดมาในช่วงแรกๆ จะความแปรผันในเรื่องรูปร่างและสีแต่ลักษณะหลักทางเศรษฐกิจ เช่น อัตราการเจริญเผยเติบโตและน้ำหนักเมื่อหย่านมมีความผันแปรน้อยมาก เพราะลักษณะเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยยีนหลายคู่ อย่างไรก็ตาม ถ้าจะให้ได้คุณสมบัติทุกๆ อย่าง จะต้องเอาสัตว์ที่เหมือนกันมาผสมกันกับสัตว์ที่เหมือนกันหลายๆ ชั่วก็จะได้สัตว์ที่มีลักษณะคงที่

            ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตกระบือ และโค มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยากำแพงแสนและสมาคมโคเนื้อกำแพงแสนได้ตั้งกฎ หรือแผนผสมพันธุ์ุ์เพื่อให้เกิดพันธุ์ุ์แท้ขึ้นมาทำนองเดียวกับที่ใช้ในพันธุ์ุ์เดราห์มาสเตอร์และพันธุ์ุ์แบรงกัสโดยเริ่มจากโคเพศเมียที่มีลักษณะตรงตามมาตรฐานพันธุ์ุ์กำแพงแสนจะได้รับการจดทะเบียนพันธุ์ุ์กำแพงแสน D1 เมื่อได้ D1 เพศเมียผสมพันธุ์ุ์กับพ่อพันธุ์ุ์กำแพงแสนที่จดทะเบียนแล้วลูกที่ได้จะสามารถจดทะเบียนเป็น D2 เมื่อทำการผสมยกระดับจนกระทั้งถึง Ds ก็ให้ถือเป็นโคกำแพงแสนแท้ โดยสรุป ของการเลื่อนระดับ D คือ D ของลูกจะสูงกว่าพ่อหรือแม่ที่ระดับ D ต่ำกว่า 1 ระดับ เช่น พ่อ D4 ผสมกับแม่ D1 ลูกจะเป็น D2 เป็นต้น

 

            ขั้นตอนที่ 3 แผนการพัฒนาสายพันธุ์ุ์โดยการทดสอบสมรรถภาพ Perfarmance test และการทดสอบลูก (Progenv test) เพื่อให้ได้พ่อพันธุ์ุ์ที่มีพันธุ์ุกรรมที่ดีเด่น (Elite bull) หรือ พ่อที่พิสูจน์คุณภาพแล้ว (Proven sire)

 

            การพัฒนาพันธุ์์กรรมของสัตว์จำเป็นต้องมีการทดสอบและมีการคัดเลือกที่ถูกต้องตามหลักวิชาการซึ่งมีด้วยกันหลายวิธีแต่ละวิธีอาศัยจากการทดสอบที่แตกต่างกันออกเป็นบันทึกของลักษณะสัตว์เอง (Performance record) บันทึกจากญาติพี่น้อง (Relalive record) บันทึกของพันธุ์์ประวัติ (Pedigree record) บันทึกของกการแสดงออกของลักษณะลูก (Progeny record) ฯลฯ สำหรับการทดสอบสมรรภาพ (Performance test) เป็นการพิจารณาถึงลักษณะที่แสดงออกร่วมกับสภาพแวดล้อมและการจัดการที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโดยอาศัยบันทึกของลักษณะตัวสัตว์เองเป็นข้อมูลพื้นฐานในการคัดเลือกสัตว์เพื่อการปรับปรุงพันธุ์์ เพื่อให้เกิดความแม่นยำต้องคัดเลือกจากอิทธิพลของพันธุ์ุกรรม (Genotype) ถึงจะบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงพันธุ์์อย่างรวดเร็วโดยการลดความแตกต่างทางสภาพแวดล้อมทำการคัดเลือกภายในกลุ่มสัตว์ที่ได้รับอาหาร โรงเรือนและการจัดการเหมือนกันวัตถุประสงค์ในการทดสอบสมรรถภาพเป็นการประเมินการเจริญเติบโตช่วงหลังหย่านมของพ่อพันธุ์์และเป็นการปรับปรุงลักษณะที่สำคัญทางเศรษฐกิจสำหรับโคเนื้อ

 

วัสดุที่ใช้ในการประดิษฐ์คิดค้น


            โคพื้นเมืองที่มีเลี้ยงอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศไทยโคพันธ์บราห์มัน โคพันธ์ชาโลเล่ส์ พ่อพันธ์และน้ำเชื้อแช่แข็งของกรมปศุสัตว์หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และบริษัทเอกชนที่นำเข้าน้ำเชื้อพ่อโค

 

งบประมาณที่ใช้ในการประดิษฐ์คิดค้น


            จำนวน 2 ล้านบาทต่อปี


ประโยชน์ที่ได้รับ


            1. ได้โคพันธ์ใหม่ซึ่งเหมาะสมกับประเทศไทยรวมทั้งประเทศข้างเคียง
            2. ลดการนำเข้าพ่อแม่พันธ์จากต่างประเทศ
            3. เพิ่มผลผลิตโคเนื้อของประเทศ และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร เพราะได้โคที่เลี้ยงง่าย และโตเร็วที่เกษตรกรสามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้

 

การนำผลงานไปใช้ประโยชน์

 

            เกษตรกรทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมปศุสัตว์ สมาคมโคเนื้อกำแพงแสน สหกรณ์โคเนื้อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

 

 

ที่มา: ศูนย์สาธิตการผลิตโคเนื้อครบวงจร (คาวบอยแลนด์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม 73140 โทร 034-352046-7    โทรสาร 034-352046

 

 
 
Untitled Document
 
Copyright 2006, NU Com-science 4. All rights reserved  
  Tel : (086) 7312077, (086) 1158880 ,   (081) 0292108