|
ที่มาของการประดิษฐ์คิดค้น
ในอดีตยังไม่มีโคพันธุ์ุ์เนื้อที่สามารถเลี้ยงโคขุนในเชิงธุรกิจเหมือนโคเนื้อพันธุ์ุ์ต่างประเทศเช่นยุโรปและอเมริกาส่วนโคพื้นเมืองของประเทศไทยแม้ว่ามีคุณสมบัติดีเด่นหลายประการแต่ก็มีขนาดเล็กและโตช้า ดังนั้นนักวิชาการของมหาวิยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้พัฒนาโคพันธุ์ุ์ใหม่ขึ้นมา เพื่อใช้เป็นโคพันธุ์ุ์แรกขอประเทศชื่อว่าพันธุ์ุ์กำแพงแสน ซึ่งปรับปรุงพันธุ์ุ์มาจากโคพื้นเมืองกับโคพันธุ์ุ์บราห์มัน และโคพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์ โดยได้รับลักษณะที่ดีจากโคพื้นเมืองไทย คือ การปรับตัวได้ดีในสภาพอากาศร้อนขึ้นทนต่อเห็บและแมลงรวมทั้งโรคและพยาธิและสามารถเจริญเติบโตได้ใน สภาพที่อาหารสัตว์มีคุณภาพต่ำและปริมาณกำจัดได้รับโครงร่างใหญ่จากโคพันธุ์ุ์บราห์มันแล้วเพิ่มความสามารถในการสร้างเนื้อคุณภาพดี และโตเร็วจากโคพัน์ชาโลเล่ส์ สำหรับการดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีดังนี้
พ.ศ. 2507-2512 เริ่มโครงการโคเนื้อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ สถานีฝึกนิสิตทับกวางและวิทยาเขตกำแพงแสน โดยมี ศาสตราจารย์ ศร. จรัญ จันทลักขณา เป็นหัวหน้าโครงการได้สั่งน้ำเชื้อแช่แข็งพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์ เออร์ฟอร์ดแองกัส และบราห์มัน มาผสมกับแม่โคพื้นเมืองโดยศึกษาสมรรถภาพของโคพันธุ์ุ์ผสมต่างๆ เพื่อตัดสินใจใช้พันธุ์ุ์ที่เหมาะสมที่สุด
พ.ศ. 2517 เริ่มโครงการปรับปรุงโคเนื้อระดับหมู่บ้านโดยดำเนินการร่วมกับกลุ่มเกษตรกรรอบๆ วิทยาเขตกำแพงแสน
พ.ศ. 2527 เริ่มจัดอบรมหลักสูตรการเลียงโคเนื้อให้เกษตรกรและผู้สนใจจากทั่วประเทศ
พ.ศ. 2530 จากผลการวิจัยสรุปได้ว่าโคที่มีสายเลือดพื้นเมือง 25% บราห์มัน 25% ชาโลเล่ส์ 25% มีคุณลักษณะเหมาะสมที่สุดในสภาพอากาศร้อนขึ้น คือ โตเร็ว เลี้ยงง่าย และเนื้อมีคุณภาพสูง แล้วตั้งชื่อโคว่าโคเนื้อกำแพงแสน ตามชื่อของที่ตั้งวิทยาเขต
พ.ศ. 2534 ก่อตั้งสมาคมโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน นายกสมาคมคนแรกคือ นายสุนทร นิคมรัตน์ ได้ขยายปรับปรุงพันธุ์ุ์ออกไปสู่ฟาร์มเอกชนในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ
พ.ศ. 2536 ก่อตั้งสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำกัด เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมธุรกิจจำหน่ายเนื้อโคพันธุ์ุ์กำแพงแสนไปยังศูนย์การค้า ภัตตาคารต่างๆ
พ.ศ.2539 พ่อพันธุ์ุ์โคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน ชื่อ ขุนแผน K 11-36/241 ชนะการประกวดโคเนื้อได้รับรางวัลสุดยอดโคเนื้อของประเทศไทย Super Grand Champion ในงานแสดงเกษตรและอุตสาหกรรมโลก WORLDTECH 95 Thailand ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชศรีมา
พ.ศ.2540 เริ่มโครงการปรับปรุงพันธุ์ุกรรมและสมรรณภาพการผลิตโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนอย่างเข้มข้นและกว้างขวางโดยมรศาสตราจารย์ ปรารถนา พฤษะศรี เป็นหัวหน้าโครงการ
ได้รับงบประมาณจากสถาบันวิจัยและพัฒนาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยโครงการนี้ดำเนินการร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับสมาคมโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน และสหกรณ์โคเนื้อมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีกรมปศุสัตว์ให้การสนับสนุนด้านการส่งเสริมและเผยแพร่
พ.ศ.2543 นายปรีชา อินนุรักษ์ เป็นหัวหน้าโครงการปรับปรุงพันธุ์ุกรรมและสมรรถภาพผลิตโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสนสืบต่อมา และผลิตน้ำเชื้อ
แช่แข็งจากโคที่ผ่านการทดสอบคุณภาพแล้วกระจายให้แก่สมาชิกในโครงการและเกษตรกรทั่วประเทศ
ระยะเวลาการประดิษฐ์คิดค้น
ตั้งแต่การดำเนินงานที่วิทยาเขตกำแพงแสนคือ พ.ศ.2512 ถึงปัจจุบันรวมประมาณ 35 ปี
คุณสมบัติและลักษณะเด่น
1. สามารถเลี้ยงเป็นโคชุนในสภาพอากาศร้อนของประเทศไทยได้ดี ทนต่อและแมลง ขณะที่เกษตรนำไปเลี้ยงได้ในภาคของประเทศไทยช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น
2. เป็นโคพันธุ์ุ์เนื้อที่มีโครงร่างและการเจริญเติบโตดีมีประสิทธิภาพการใช้อาหารสูงไม่แพ้โคเนื้อพันธุ์ุ์ต่างประเทศโคพันธุ์ุ์ต่างประเทศไม่สามารถอยู่รอดสภาพแวดล้อมของประเทศไทย
3. คุณภาพซากและเนื้อดี ทัดเทียมกับเนื้อที่นำเข้าจากต่างประเทศเนื้อนุ่มและปลอดจากโรควัวบ้าหาดเลี้ยงถูกวิธีจะมีไขมันพอดี ไม่ทำให้คนเป็นโรคอ้วน
หลักการ วิธีการ และกรรมวิธี
การสร้างโคเนื้อพันธุ์ุ์กำแพงแสน เป็นการปรับปรุงโคพื้นเมืองของไทยคุณสมบัติที่ดีเลิศของโคพื้นเมืองที่ไม่มีโคพันธุ์ุ์ใดเทียบได้คือ ความสมบรูณ์พันธุ์ุ์ ได้แก่ การเป็นสัดเร็วผสมติดง่ายได้ลูกทุกปีทั้งๆ ทีได้รับอาหารตามสภาพการเลี้ยงของเกษตรกรไทย แต่เนื่องจากโคพื้นเมืองมีขนาดเล็กโตช้า ไม่สามารถนำไปเลี้ยงเป็นโคขุนในระบบธุรกิจได้ จึงมีการปรับปรุงโคพื้นเมืองโดยการนำเอาโคพันธุ์ุ์บราห์มันมาผสมเพื่อให้ได้ลูกที่มีขนาดใหญ่และโตเร็วขึ้น เนื่องจากโคบราห์มันเป็นโคพันธุ์ุ์เอเชียจึงผสมกันได้ดีกับโคไทย ทำให้ได้ลูกผสมตัวใหญ่ขึ้น และให้ลูกดกอันเป็นผลดีของโคพื้นเมืองไทยที่ถ่ายทอดมา ดังนั้น โครงการปรับปรุงพันธุ์ุกรรมโคเนื้อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงพยายามรักษาเลือดโคพื้นเมืองไว้ 25% เพื่อให้คงความดีของความสมบรูณ์พันธุ์ุ์ และกำจัดเลือดพันธุ์ุ์บราห์มันไว้เพียง 25% เพื่อให้ได้โครงสร้างใหญ่ขึ้นแล้วนำพันธุ์ุ์โคชาโลเล่ส์มาช่วยเสริมเรื่องการเนื้อนุ่ม และการเจริญเติบโตเร็วแต่โคชาโลเล่ส์เป็นโคพันธุ์ุ์พื้นเมืองหนาว ซึ่งไม่สามารถทนอากาศร้อนบ้านเราได้จึงจำกัดเลือดพันธุ์ุ์ชาโลเล่ส์ไว้เพียง 50% ทำให้โคลูกผสมมีสัดส่วนของลักษณะเด่นผสมกันพอดีละเหมาะสม
สรุปได้ว่า การสร้างโคพันธุ์ุ์กำแพงแสน เป็นการสร้างพันธุ์ุ์โคเพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นโคเนื้อที่ดีครบถ้วนสำหรับเลี้ยงในสภาพทั่วไปของประเทศไทย โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ โคพื้นเมืองเป็นพันธุ์ุ์พื้นฐาน นอกจากจะเหมาะสมกับประเทศไทยแล้ว ยังใช้ได้ดีในสภาพแวดล้อมของประเทศไทยในเอเชียอาคเนย์อีกด้วย
ตาราง คุณสมบัติทางเศรษฐกิจของโคพันธุ์ุ์ต่างๆ ที่ใช้สร้างโคพันธุ์ุ์กำแพงแสน
|