Untitled Document
<<<<<<<<ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Thai Cattle Thai Cattle !!!!!!!!!!!

 

 

 

การผลิตสารสกัดจากพืช

ที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บโค

 

 

 
 
 

 

 

วงจรชีวิตของเห็บโค

 

          เห็บโค เป็นพยาธิภายนอกที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการเลี้ยงโคมากที่สุด เห็บโคมีแพร่กระจายอยู่ทั่วโลกที่มีการเลี้ยงโค และพบในสัตว์ป่าพวกสัตว์กีบและอาจพบได้ในแพะแกะ สุกรและสุนัขด้วย เห็บโค มีการเจริญจากตัวอ่อน เป็นตัวกลางวัยและตัวเต็มวัย อยู่บนโคตัวเดียวเลย เห็บโคตัวเมียที่ดูดเลือดจนตัวเปล่งโตเต็มที่ แล้วจึงจะปล่อยตัวลงพื้นคลานไปหาที่ออกไข่ เห็บตัวเมียจะเริ่มออกไข่ภายใน 2-3 วัน หลังจากหล่นลงพื้น และจะออกไข่หมดภายใน 1 สัปดาห์ (5-7 วัน หรืออาจจะถึง 10 วัน) เห็บตัวเมียหนึ่งตัวจะออกไข่เฉลี่ย 1,800 ฟอง ออกไข่หมดก็ตาย เมื่อครบ 3 สัปดาห์ (21-22 วัน) ไข่จึงจะฟักเป็นเห็บตัวอ่อน มีขา 6 ขา ขนาด 1-2 มิลลิเมตร เห็บตัวอ่อนจะไต่ขึ้นที่สูงไปอยู่บนยอดหญ้า เพื่อรอเกาะติดขาโคที่เดินผ่านมา เห็บตัวอ่อนสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 2-3 เดือน หรือถึง 6 เดือน ถ้าในแปลงหญ้านั้นมีความชื้นสูง เมื่อเห็บตัวอ่อนขึ้นบนตัวโค เห็บตัวอ่อนจะดูดกินเลือดโค 1 สัปดาห์ (5-7 วัน) แล้วลอกคราบ เป็นเห็บตัววัยรุ่น (กลางวัย) มีขา 8 ขา ดูดเลือดโค อีก 1 สัปดาห์ จึงลอกคราบ เป็นเห็บตัวเต็มวัย และดูดกินเลือดโคต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์ เห็บตัวเมียจึงจะโตเต็มที่ตัวเปล่ง พร้อมที่จะหล่นไปหาที่วางไข่ รวมเวลาที่เห็บดูดกินเลือดอยู่บนตัวโคประมาณ 3-4 สัปดาห์ เห็บที่ไต่ขึ้นโคใหม่นั้นจะเป็นเห็บตัวอ่อนเท่านั้น รวมระยะเวลาวงจรชีวิตของเห็บ อย่างน้อย 8 สัปดาห์ ถ้าเห็บตัวอ่อนนั้นฟักออกมาแล้วหาโคพบและไต่ขึ้นดูดกินเลือดโคเลย ถ้าเห็บตัวอ่อนตัวไหนที่ยัง ไม่พบโคและยังไม่ตาย พบโคช้า วงจรชีวิตของเห็บตัวนั้นรวมแล้วก็จะเกิน 8 อาทิตย์ ดังนั้นการกำจัดเห็บโค จึงควรฉีดพ่นฆ่าเห็บตัวอ่อนที่ขึ้นใหม่ที่ตัวโคทุกสัปดาห์ ก่อนที่เห็บตัวอ่อนจะลอกคราบกลายเป็นเห็บวัยรุ่น เห็บโคออกไข่เฉลี่ยประมาณ 1,800 ฟอง

 

ข้อดีของการใช้สารสกัดจากพืชฆ่าเห็บโค

 

          การใช้สารสกัดจากพืชที่มีอยู่ทั่วไปภายในประเทศ มาใช้ฆ่าเห็บโคจะก่อให้เกิดผลดีดังนี้
          1. ลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกร ในการซื้อยาฆ่าเห็บสังเคราะห์ที่มีราคาแพง
          2. ลดการซื้อยาฆ่าเห็บจากต่างประเทศ เงินไม่ออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นการช่วยภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของไทยได้ส่วนหนึ่ง
          3. ลดการเสี่ยงอันตรายของเกษตรกรที่ใช้ยาฆ่าเห็บสังเคราะห์ ซึ่งเป็นสารพิษที่เสื่อมสลายยาก
          4. ลดสารพิษตกค้างของยาฆ่าเห็บสังเคราะห์ ซึ่งเสื่อมสลายยากในสิ่งแวดล้อม
          5. สามารถพึ่งตนเองได้ตลอดไป สนองกระแสพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจแบบพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          6. สารสกัดจากพืช จะเสื่อมสลายง่าย ไม่ก่อให้เกิดสายพันธุ์เห็บที่ดื้อยา ไม่ตกค้างเป็นพิษในสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อผู้ใช้ รวมถึงผู้บริโภคด้วย เห็บเกาะบนตัวโค การสกัดสารจากพืชที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บ เกษตรกรสามารถทำเอง สกัดสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บได้ดีจากพืช 6 ชนิด ได้แก่

               1. เมล็ดน้อยหน่า (Sugar apple seeds, Annona squamosa Linn.)
               2. เมล็ดมันแกว (Yam bean seeds, Pachyrrhizus erosus Linn.)
               3. ใบตะไคร้แกง (Lemon grass, Cymbopogon citratus Stapf.)
               4. ใบตะไคร้หอม (Citronella grass, Cymbopogon nardus Rendle.)
               5. เปลือกผิวส้ม (Peel of Citrus spp.)
               6. มะขามเปียก (Tamarind Fruits, Tamarindus indicus Linn.)

 

          สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าจะดีที่สุด เนื่องจากเป็นพืชที่รู้จักกันดี หาง่าย ราคาถูก มีฤทธิ์ฆ่าเห็บเร็ว เสื่อมสลายง่าย และสารสกัดที่ได้สามารถเจือจางได้มาก การผลิตสารสกัดที่มีฤทธิ์ฆ่าเห็บโค จากเมล็ดน้อยหน่า
          1. บดเมล็ดน้อยหน่าให้เป็นผง
          2. แช่ผงเมล็ดน้อยหน่าด้วยน้ำที่มีแอลกอฮอล์ 10% (แอลกอฮอล์ 95% 1 ขวด ผสมน้ำ 9 ขวด) ใส่แช่แค่ให้ท่วมผงเมล็ดน้อยหน่า (หรือใช้แอลกอฮอล์ 10% ปริมาตร 2 เท่าของน้ำหนักผงเมล็ดน้อยหน่า) แช่ทิ้งค้างคืนไว้หนึ่งคืน
          3. วันรุ่งขึ้นจึงกรองคั้นเก็บส่วนน้ำไว้ เป็นหัวเชื้อที่จะนำไปผสมน้ำเจือจางใช้ฆ่าเห็บต่อไป โดยผสมกับน้ำหรือ 10% แอลกอฮอล์ อีก 6 เท่าของน้ำที่กรองเก็บได้ แล้วกรองคั้นส่วนน้ำมารวมกันทั้งหมด ใช้ฉีดพ่นให้โดนเห็บบนตัวโค จะฆ่าเห็บได้ทั้งเห็บตัวอ่อน เห็บตัววัยรุ่นและเห็บตัวแก่ (Chungsamarnyart, et el., 1991)
          4. วิธีที่ดีที่สุดให้พ่นฆ่าเห็บทุกวัยในครั้งแรกด้วยสารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ผสมน้ำ 6 เท่า อาทิตย์
ต่อไปให้ใช้สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่แช่ค้างคืนไว้ กรองเก็บเฉพาะส่วนน้ำ มาเจือจางด้วยน้ำ หรือ 10% แอลกอฮอล์อีก 300 เท่า พ่นฆ่าเห็บตัวอ่อนเป็นประจำทุกสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง พ่นติดต่อกันทุกสัปดาห์อย่างน้อย 8-16 สัปดาห์ขึ้นไป
          5. จะใช้เมล็ดน้อยหน่าเท่าใดสำหรับพ่นฆ่าเห็บให้โค 1 ตัว เฉลี่ยแล้วโคหนึ่งตัวใช้เมล็ดน้อยหน่า 10 เมล็ด ต่อหนึ่งสัปดาห์
          6. สารสกัดจะใช้วิธีต้มเมล็ดน้อยหน่าที่บดเป็นผงก็ได้ แต่สารสกัดที่ได้จะมีฤทธิ์ฆ่าเห็บอ่อนลงเหลือครึ่งเดียว
          7. สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ได้จะเก็บไว้ได้นานเท่าใด ? ไม่แนะนำแช่เก็บไว้ เพราะต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ได้ถึง 3 ปี
          8. สารออกฤทธิ์ฆ่าเห็บในเมล็ดน้อยหน่าคือ ซควอโมซิน (squamocin; C37H66O7)

 

อาชีพบริการปราบเห็บโค

 

          อาชีพบริการปราบเห็บโค น่าจะเป็นอาชีพใหม่ของผู้ว่างงานได้ ถ้าผู้ที่จะให้บริการปราบเห็บนั้น เข้าใจวงจรชีวิตของเห็บโค และรู้วิธีสกัดสารออกฤทธิ์ฆ่าเห็บจากพืช รู้จำนวนโคที่จะให้บริการ หาแหล่งพืชที่นำมาสกัดให้พอเพียง โดยเตรียมการและปฏิบัติดังต่อไปนี้


          1. พืชที่จะนำมาใช้ในการบริการปราบเห็บ แนะนำให้ใช้เมล็ดน้อยหน่า เพราะหาง่าย ต้นทุนต่ำ สกัดง่าย และมีฤทธิ์แรงที่สุด เสื่อมสลายง่ายไม่ตกค้างเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และโค
          2. หาซื้อเมล็ดน้อยหน่าในแหล่งที่ปลูกน้อยหน่ามาก เช่น แถวปากช่อง โดยหาซื้อน้อยหน่าฝ้าย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีเมล็ดมากเนื้อบาง ราคาถูก ยิ่งถ้าหาซื้อในช่วงที่น้อยหน่าออกมาก ขายไม่ทัน ราคาก็ยิ่งถูก ซื้อแต่น้อยหน่าผลเล็กไม่สวยเกษตรกรทิ้ง ก็จะได้เมล็ดมาก ราคาถูก เก็บเป็นเมล็ดไว้ จะใช้เมื่อใดค่อยตำบดให้ผง เช่น จะใช้พรุ่งนี้ค่อยตำบดวันนี้ แล้วแช่ด้วยแอลกอฮอล์ 10% ตามขั้นตอนการสกัดที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว
          3. ติดต่อซื้อแอลกอฮอล์ 95% (95 ดีกรี) ที่องค์การสุรา โดยให้สหกรณ์หรือหัวหน้ากลุ่มไปติดต่อขอใบอนุญาต ซื้อแอลกอฮอล์ที่สรรพสามิตอำเภอ แล้วนำใบอนุญาตมาซื้อที่องค์การสุรา (โทร 02-241-4772, 241-4754, 241-0779) จะซื้อแอลกอฮอล์ได้ปี๊บละ 720 บาท (18 ลิตร) เฉลี่ยแล้วราคาลิตรละ 40 บาท เทแบ่งแอลกอฮอล์ 95% มา 1 ลิตร มาผสมด้วยน้ำอีก 9 ลิตร จะได้ 9.5% แอลกอฮอล์ (ใกล้เคียงกับ 10% ก็ใช้ได้เพื่อสะดวกในการเตรียม เนื่องจากเกษตรกรอาจจะไม่มีที่ตวง) 10 ลิตร ราคาลิตรละ 4 บาท หรือหาซื้อแอลกอฮอล์ 95 ดีกรี (95%) จากร้านขายยา ซึ่งจะมีขายเป็นขวดปอนด์ (450 ซีซี) ราคาปอนด์ละ 37 บาท ซื้อมาหนึ่งขวด ผสมน้ำอีก 9 ขวด ก็จะได้ 9.5% แอลกอฮอล์ 10 ขวด ราคาลิตรละ 8.22 บาท หรือถ้าไม่ซื้อแอลกอฮอล์ 95% ดังกล่าวข้างต้น จะซื้อเหล้าขาว 35 ดีกรี มา 1 ขวด ราคา 60 บาท นำมาผสมน้ำอีก 2 ขวดครึ่ง จะได้เป็นเหล้าหรือแอลกอฮอล์ 10 ดีกรี 3 ขวดครึ่ง ตกราคาลิตรละ 27.45 บาท เห็บโคตัวเมียที่ถูกน้ำมะขาม (1:5) กัดผิวหนังเป็นแผล

          4. ติดต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคว่าจะมาบริการพ่นฆ่าเห็บด้วยสารสกัดจากพืช โดยจะขอคิดค่าบริการตัวละเท่าใด ตกลงกันจะต้องอธิบายให้เกษตรกรทราบว่า การปราบเห็บนั้นต้องมาพ่นสารสกัดจากพืชทุกสัปดาห์ เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 2-4 เดือน จนกว่าเห็บตัวอ่อนในแปลงหญ้าจะหมด หรือจนกว่าจะเกี่ยวหญ้าที่ไม่มีเห็บตัวอ่อนมาให้โคกิน เนื่องจากเมื่อโคเดินไปกินหญ้าในแปลง เห็บตัวอ่อนที่อยู่ในแปลงหญ้า ก็จะขึ้นโคได้ตลอดเวลาหรือหญ้าที่เกี่ยวมาให้โคกิน มีเห็บตัวอ่อนติดมา เห็บตัวอ่อนก็จะขึ้นโคดูดกินเลือด เราก็จะให้เห็บตัวอ่อนขึ้นโคสัก 5-6 วัน แล้วพ่นยาฆ่าเห็บตัวอ่อน ก่อนที่มันจะลอกคราบกลายเป็นเห็บวัยรุ่น

          5. เมื่อรู้จำนวนโคที่จะไปบริการพ่นฆ่าเห็บ คำนวณว่าจะต้องเตรียมสารสกัดจากพืชปริมาตรเท่าใด โดยโค 1 ตัว จะใช้สารสกัดจากพืชประมาณ ครึ่งลิตร ที่จะพ่นทั่วตัวโคหรือจะกะประมาณด้วยการนับเมล็ดน้อยหน่า โดยโค 1 ตัว ใช้เมล็ดน้อยหน่า 10 เมล็ดบดแช่สกัดออกมาแล้ว ผสมน้ำอีก 300 เท่า เพื่อพ่นฆ่าเห็บตัวอ่อน

          6. ในการพ่นฆ่าเห็บครั้งแรก ต้องพ่นฆ่าเห็บตัวเมียที่โตเต็มที่ โดยใช้สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่เข้มข้น (ผสม 6 เท่าของสารสกัดน้อยหน่าที่ได้จากการแช่ค้างคืน) และบนตัวโคที่ไม่เห็นเห็บตัวแก่นั้นให้พ่นด้วยสารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ผสม 300 เท่า ของสารสกัดน้อยหน่าที่ได้จากการแช่ค้างคืนเพื่อฆ่าเห็บตัวอ่อนที่มองไม่เห็น หรือในการพ่นครั้งแรกใช้สารสกัดจากน้ำมะขามเปียก พ่นฆ่าเห็บตัวเมียแก่ แล้ววันรุ่งขึ้น พ่นด้วยสารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าเจือจาง 300 เท่า เพื่อฆ่าเห็บตัวอ่อน

          7. ในสัปดาห์ต่อ ๆ มา ให้พ่นด้วยสารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่าที่ผสม 300 เท่าของสารสกัดน้อยหน่าที่ได้จากการแช่ค้างคืน เพื่อฆ่าเห็บตัวอ่อนที่ขึ้นมา เห็บตัวอ่อนมีขนาดเล็ก ต้องพ่นฆ่าเห็บตัวอ่อนทุกสัปดาห์ติดต่อกันอย่างน้อย 2-4 เดือนขึ้นไป ถ้าเว้นไม่พ่นฆ่าเห็บตัวอ่อน ด้วยสารสกัดน้อยหน่าที่เจือจางทุกสัปดาห์ เห็บตัวอ่อนที่ขึ้นมาใหม่ จะดูดกินเลือดจนเป็นเห็บตัววัยรุ่นแล้วเป็นเห็บตัวเต็มวัย และเป็นเห็บตัวเมียแก่ที่มีไข่พร้อมที่จะหล่นไปออกไข่ อีกตัวละประมาณ 1,800 ฟอง

 

          ดังนั้น ถ้าเกษตรกรมีโคอยู่ 20 ตัว ถ้าจำเป็นต้องซื้อน้อยหน่ามากินกิโลละ 15 บาท กินเนื้อแล้วเก็บเมล็ด จะได้เมล็ดประมาณครึ่งขีด (50 กรัม) ตำแช่สกัดด้วยแอลกอฮอล์ 10 ดีกรี หนึ่งขีด แช่ค้างหนึ่งคืน ตามวิธีดังกล่าวข้างต้น จะได้สารสกัดจากเมล็ดน้อยหน่ามาเป็นหัวเชื้อ แล้วผสมด้วยน้ำอีก 300 เท่า จะได้สารสกัด 10 ลิตรครึ่ง เพื่อใช้พ่นฆ่าเห็บตัวอ่อนให้โคตัวละครึ่งลิตร จะพ่นให้โคได้ 20 ตัว ซึ่งถ้าคิดว่าต้องซื้อน้อยหน่ามา 15 บาท นำเฉลี่ยที่พ่นให้โคได้ 20 ตัว โคตัวหนึ่งจะเสียค่าเมล็ดน้อยหน่า 0.71 บาท และค่าแอลกอฮอล์ 10 ดีกรีที่แช่ค้างคืน อีกตัวละ 2 สตางค์ ถ้าซื้อแอลกอฮอล์ปี๊บขององการสุรา แต่ถ้าซื้อแอลกอฮอล์ขวดปอนด์จากร้านขายยา จะเสียค่าแอลกอฮอล์ 4 สตางค์ต่อโคหนึ่งตัว และถ้าใช้เหล้ามาทำเป็นแอลกอฮอล์แช่ โคหนึ่งตัวจะเสียค่าเหล้า 14 สตางค์ รวมแล้วโคหนึ่งตัวจะเสียฆ่าเมล็ดน้อยหน่าและแอลกอฮอล์ 73 สตางค์ต่อครั้ง หรือ 75 สตางค์ หรือ 85 สตางค์ถ้าใช้เหล้า ซึ่งจะเห็นว่าเสียค่าใช้จ่ายถูกมาก ถูกกว่าการใช้ยาฆ่าเห็บสังเคราะห์แน่นอน เงินก็ไม่ออกนอกประเทศ ไม่มีสารพิษต้องค้างในสิ่งแวดล้อม เห็บก็ไม่ดื้อยา เพราะสารสกัดจากพืชจะสลายเปลี่ยนโครงสร้างตลอดเวลา เห็บจึงไม่สามารถปรับตัวตามโครงสร้าง ที่สลายตัวเปลี่ยนโครงสร้างตลอด ถ้าจะบริการปราบเห็บโคด้วยสารสกัดจากพืช โดยคิดค่าบริการพ่นให้โคตัวละ 6-10 บาทต่อสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ น่าจะมีเกษตรกรที่เลี้ยงโคจ้าง ถ้าไม่จ้างและไม่ทำเอง ปล่อยให้โคมีเห็บ ท่านจะสูญเสียนมโคไปตัวละประมาณ 3.5 ลิตรต่อสัปดาห์ เป็นเงินประมาณ 35 บาทต่อตัว ถ้ามีโค 20 ตัว จะสูญเสียค่านมไปประมาณ 700 บาทต่อสัปดาห์ และเสียยาฆ่าเห็บอีก แต่ถ้าท่านจ้างเขาให้มาบริการพ่นฆ่าเห็บให้เรา ตัวละ 10 บาท โค 20 ตัว เสียเงิน 200 บาท ท่านก็จะมีรายได้เพิ่มจากนมโค ที่ไม่ลดหายไปเนื่องจากเห็บอีก 700-200 = 500 บาทต่อสัปดาห์ โคก็ไม่ต้องเจ็บป่วยล้มตายเนื่องจากโรคไข้เห็บด้วย

 


ที่มาข้อมูล : รองศาสตราจารย์ ดร.ณรงค์ จึงสมานญาติ ผศ.ธเนศร ทิพยรักษ์ และ ผศ.ดร.ทวีวัฒน์ ทัศนวัฒน์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

 
 
Untitled Document
 
Copyright 2006, NU Com-science 4. All rights reserved  
  Tel : (086) 7312077, (086) 1158880 ,   (081) 0292108