น้ำเชื้อจะติดดีหรือไม่ มีปัจจัยหลายอย่างเริ่มตั้งแต่พ่อพันธุ์ กระบวนการผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง การผสมเทียม และแม่วัว สรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้
1.พ่อพันธุ์ต้องแข็งแรง ไม่เป็นโรคแท้งติดต่อ
2.ตัวอสุจิต้องแข็งแรง ไม่คดงอ วิ่งเร็ว ตรงไปข้างหน้า ไม่วิ่งวนไปมา เพราะถ้าตัวอสุจิวิ่งวนไปมาหรือวิ่งช้า ก็ไม่สามารถที่จะไปเจาะไข่ได้
3.ตัวอสุจิไม่ทนต่อแสงแดด (UV) ดังนั้นห้ามโดนแสงแดดโดยตรง เห็นได้บ่อยว่าเวลาเคลื่อนย้ายน้ำเชื้อมักไม่ค่อยระวังกัน
4. การเก็บรักษาต้องเก็บในไนโตรเจนเหลว (-196 องศา) ตลอดเวลา และต้องให้ท่วมหลอดเก็บน้ำเชื้อเสมอ
5. แม่วัวต้องมีสุขภาพสมบูรณ์ ไม่เป็นหมัน มดลูกอักเสบหรือไม่ มีประวัติการแท้งหรือไม่ และเป็นสัดจริงหรือไม่ เพราะบางคนชอบฉีดฮอร์โมนเร่งให้เป็นสัด แต่ไข่ไม่ตกจริงก็ผสมไม่ติด
6. การผสมเทียมมีข้อควรระวังดังนี้
6.1 ระยะเวลาให้เหมาะสม ช่วงเวลาที่เหมาะคือ 18-22 ชม หลังการเป็นสัด หรือช่วงเวลาใกล้ระยะหมดสัด ถ้าวัวเป็นสัดยาว ก็ต้องรอจนกว่าจะใกล้จะถึงระยะหมดสัด
6.2 น้ำเชื้อต้องแช่น้ำอุ่น 35 - 37 องศา อย่าให้เย็นหรือร้อนเกินไป
6.3 เมื่อผสมเสร็จแล้ว อย่าให้แม่วัวตากแดด ให้อยู่ในร่ม
จะเห็นว่าผสมติดหรือไม่ ขึ้นกับหลายปัจจัย อาจแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ
1.ต้นทาง(เจ้าของฟาร์ม)
2. กลางทาง(การเก็บรักษา)
3. ปลายทาง(เจ้าหน้าที่ผสมเทียม)
- ถ้าต้นทางผลิตน้ำเชื้อไม่มีคุณภาพ ไม่ต้องถามถึงกลางทางหรือปลายทาง ยังไงก็ผสมติดยาก (คุณภาพหมายถึง % มีชีวิตสูงหลังจากผ่านการแช่แข็งแล้วนำมาแช่น้ำอุ่นไม่ใช่แช่อยู่ในตู้น้ำอุ่น 12 ชมแล้วนำมาตรวจ ตัวอสุจิสมบูรณ์ไม่งอ วิ่งเร็ว)
- ถ้าต้นทางผลิตน้ำเชื้อมาดี แต่การเก็บรักษาไม่ดี พอมาถึงปลายทางก็ผสมติดยาก (การเก็บรักษาต้องทำทั้ง ต้นทาง กลางทาง และปลายทางด้วย)
- ถ้าต้นทางและกลางทางดี ต้องมาพิจารณาปลายทางด้วยว่ามีปัญหาหรือไม่ เช่น แม่วัวมีปัญหาหรือไม่ การจับสัดถูกต้องรึเปล่า วิธีการผสมถูกต้องหรือไม่ เป็นต้น
ดังนั้นผู้ที่อยู่ปลายทางที่มีปัญหาผสมไม่ติด ก็ให้ตรวจสอบย้อนจาก ปลายทาง-->กลางทาง --> ต้นทาง ว่าอาจจะมีข้อผิดพลาดอะไรในขั้นตอนไหนบ้าง
|