Untitled Document
<<<<<<<<ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Thai Cattle Thai Cattle !!!!!!!!!!!

 

 

 

ความปลอดภัยของอาหารสัตว์

 

 

 
 
 

           สิ่งแรกที่เราต้องคำนึงถึงในการเลี้ยงสัตว์คือ อาหารสัตว เนื่องจากอาหารสัตว์มีบทบาทและมีส่วนสำคัญต่อการเจริญเติบโตของสัตว์และผลผลิตของสัตว์ นอกจากนั้นยังมีผลต่อสุภาพอนามัยของสัตว์และยิ่งถ้าเป็นสัตว์ที่เลี้ยงเป็นอาหารโปรตีนเพื่อมนุษย์บริโภคแล้วย่อมมีผลต่อเนื่องถึงสุขภาพของมนุษย์ผุ้บริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์

           ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพร่างกายและลดความเป็นอันตรายต่อสัตว์แล้วเราควรทราบวิธีการดูแลความปลอดภัยของอาหารสัตว์ด้วย

 

การดูแลความปลอดภัยของอาหารสัตว์

 

           เมื่อกล่าวถึงการดูแลความปลอดภัยของอาหารสัตว์จะต้องควบคุมทั้งระบบตั้งแต่วัตถุดิบอาหารสัตว์ถึงการใช้ของเกษตรกร ซึ่งการดูแลความปลอดภัยของอาหารสัตว์สามารถแบ่งเป็นขั้นตอนต่างๆดังนี้


           1. ความปลอดภัยของวัตถุดิบอาหารสัตว์และวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์
           2. ความปลอดภัยของกระบวนการผลิตอาหารสัตว์
           3. การขนส่ง
           4. การเก็บรักษาในฟาร์มเกษตรกรและการให้อาหารสัตว์ของเกษตรกร

จากนั้น มาติดตามขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์ที่ดีให้ปลอดภัย มีดังนี้

 

           1. การคัดเลือกวัตถุดิบ วัตถุที่เติมในอาหารสัตว์เพื่อเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์ซึ่งอาจแบ่งกลุ่มได้ดังนี้

 

             1.1 วัตถุดิบซึ่งจัดเป็น Macro-nutrient ได้แก่
             - วัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลืองอบ กากถั่วเหลือง กากถั่วลิสง
             - วัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์ เช่น ปลาป่น ปลาและกระดูกปลาป่น ขนสัตว์ปีกป่น เนื้อป่น และกระดูกป่น
             - วัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารพลังงานและคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี รำสกัดน้ำมัน รำสด ปลายข้าว มันสำปะหลัง ไขมันพืช ไขมันสัตว์

             1.2 วัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ซึ่งจัดเป็น Micro-nutrient ได้แก่ วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน ลิปิด และอนุพันธ์
             1.3 วัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ซึ่งเติมเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง เช่น สารเร่งการเจริญเติบโต เอนไซม์ ถนอมคุณภาพอาหารสัตว์ เสริมชีวนะ ช่วยเสริมการย่อย ปรับปรุงคุณภาพซากสัตว์ ป้องกันหนอนและแมลง ซึ่งผู้จัดซื้อและผู้คำนวณสูตร จำเป็นต้องทราบพื้นฐานของวัตถุดิบและวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ เพื่อจะได้มีความระมัดระวัง ในการคัดเลือกและประกอบสูตร เช่น วัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์จะมีโอากาสปนเปื้อนเชื้อซัลดมเนลลามากกว่าวัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากพืช วัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากสัตว์บางชนิด เช่นปลาป่นจากบางแหล่งจะพบประมาณโลหะหนักสูงกว่าค่ามาตรฐาน วัตถุดิบที่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากพืชจะปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน หรือสารพิษจากเชื้อราสูงหรือมีปริมาณสารกำจัดแมลง สารกำจัดศัตรูพืชสูง การเลือกใช้วัตถุที่เติมในอาหารบางชนิด เช่น สารเร่งการเจริญเติบโตบางตัวต้องตรวจสอบว่าประเทศคู่ค้าห้ามใช้หรือไม่หรือกรณีไดออกซินซึ่งปนเปื้อนในวัตถุดิบอาหารสัตว์บางชนิดเกิดจากความผิดพลาดของผู้ปฏิบัติการนำน้ำมันเครื่องที่ไม่ใช้แล้วผสมในถังรวมน้ำมันเพื่อใช้ผสมอาหารสัตว์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์และวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์เพื่อให้ได้อาหารสัตว์ที่มีคุณภาพจามที่ต้องการและปลอดภัย

 

           2. ขั้นตอนการผลิตอาหารสัตว์ที่โรงงานผลิต โดยทั่วไปพอสรุปได้ดังนี้


             1. รับวัตถุดิบและเก็บเข้าในไซโลหรือโรงเก็บ
             2. รับวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์หรือพรีมิกซ์และเก็บเข้าห้องเก็บ
             3. คำนวณสูตรอาหารสัตว์
             4. ชั่ง ตวง วัด วัตถุดิบที่เติมในอาหารสัตว์หรือพรีมิกซ์
             5. ผสมและบด บดก่อนผสม หรือบดหลังผสมขึ้นอยู่กับระบบเครื่องมือเครื่องจักร
             6. การใช้ Molasses
             7. อัดเม็ด ซึ่งอาจจะมีการขบเม็ดให้เล็กลงสำหรับสัตว์ที่มีขนาดเล็ก
             8. ลำเลียงใส่ไซโลเพื่อรอการบรรจุ
             9. บรรจุและติดฉลาก
             10. บันทึกข้อมูลทั้งระบบ
             11. ตรวจวิเคราะห์คุณภาพวัตถุดิบอาหารสัตว์
             12. เก็บ stock 2
             13. ขนส่งและจัดจำหน่าย ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะมีรายละเอียดในการดำเนินงาน

 

ความไม่ปลอดภัยของอาหารสัตว์


           1. ความไม่ปลอดภัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ชนิดคือ
             1.1 ความไม่ปลอดภัยทางกายภาพ เป็นการปนเปื้อนของสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ต้องการ เช่น เส้นผม เล็บ หนังยาง เศษแก้ว พลาสติก หิน ดิน ทรายในอาหารสัตว์ เป็นต้น
             1.2 ความไม่ปลอดภัยทางจุลชีววิทยา เป็นการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ต่างๆ ได้แก่ การปนเปื้อนเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เช่น ซัลโมเนลลา อี.โคไล เป็นต้น
             1.3 ความไม่ปลอดภัยทางเคมี เป็นการปนเปื้อนหรือตกค้างของยา หรือสารเคมี สารพิษต่างๆ เช่น สารกำจัดแมลง สารกำจัดศัตรูพืช อะฟลาทอกซิน ไดออกซิน สารต้านจุลชีพ โลหะหนัก เป็นต้น

           2. ความไม่ปลอดภัยทางสังคมและจิตวิทยา ซึ่งเป็นความยอมรับหรือไม่ยอมรับจากประชาชนผู้บริโภค แม้ว่าจะมีการทดสอบความปลอดภัย เช่นความปลอดภัยทางชีวภาพ (bio-safety) แล้ว เช่น กรณีผลิภัณฑ์จาก GMO ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงถึงความปลอดภัยของการบริโภคผลิตภัณฑ์ GMO ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม GMO ก็ยังมีประโยชน์ในด้านการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต การยกระดับคุณภาพอาหาร ยา และเทคโนโลยีทางการแพทย์ แต่ยังมีผู้วิตกกังวลเกี่ยวกับการแพ้ การดื้อยา ผลต่อสิ่งแวดล้อม ความไม่มั่นใจในคุณภาพทางโภชนะของอาหารที่มาจาก GMO เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารปกติ เป็นต้น

 

การดูแลความปลอดภัยของอาหารสัตว์ของประเทศไทย

 

           จากระบบมาตรฐานสากลต่างๆ พบว่าจะต้องมีข้อกำหนดทางกฏหมายเพื่อดูและการผลิตอาหารสัตว์ใหปลอดภัยซึ่งประเทศไทยมีพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525 และพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ (ฉบับที่) พ.ศ. 2542 เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน เมื่อประมวลจากระบบมาตรฐานสากลระหว่างประเทศ และกฎมายควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ประเทศไทย ได้มีการกำหนด

 

           1. ร่างวิธีการผลิตอาหารสัตว์ที่ดี ซึ่งจะยึดตามแนวทางของ Codex (CAC) ซึ่งกำลังพิจารณาร่าง Code of Practice on Good Animal Feeding และมีแผนการนำระบบ HACCP มาปฏิบัติในโรงงานอาหารสัตว์ซึ่งข้อกำหนดทางการค้าระหว่างประเทศ ผู้ตรวจรับรองระบบมาตรฐานต่างๆ จะต้องเป็นหน่วยงานภาครัฐผู้กำกับดูแล
           2. มาตรฐานคุณภาพของอาหารสัตว์ วัตถุที่เติมในอาหารสัตว์โดยแบ่งเป็น
             2.1 คุณภาพทางโภชนะ โดยกำหนดมาตรฐานเป็น % โปรตีน ไขมัน กาก ความชื้น และอื่นๆตามชนิดของอาหารสัตว์
             2.2 ชนิดของอาหารสัตว์เสื่อมคุณภาพซึ่งเป็นอาหารทีมีจุลินทรีย์ เชื้อรา สารพิษ ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสัตว์และมนุษย์ผู้บริโภคสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
             2.3 ประเภท ชนิด ปริมาณของวัตถุที่เติมในอาหารสัตว์ที่ให้ใช้และห้ามใช้เกินกำหนด
             2.4 ชนิด ปริมาณ ของสารกำจัดแมลง สารกำจัดศัตรูพืช โลหะหนัก ในระดับที่ยอมให้มีได้สูงสุดในอาหารสัตว์แต่ละชนิดซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดระดับ

 

การปรับตัวรับสถานการณ์และแนวโน้มด้านความปลอดภัยของอาหารสัตว์ของประเทศไทย

 

           ประชาชนทุกคนต้องการความปลอดภัยในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง รวมทั้งอาหารการกิน อาหารจัดเป็นต้นทางของความปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยของการเลี้ยงสัตว์ซึ่งส่งผลถึงเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ ปัจจุบันผู้ซื้อสินค้าปศุสัตว์จะกำหนดคุณภาพตามความต้องการ โดยเน้นที่ความปลอดภัยของสินค้าเป็นสำคัญและมีการตรวจสอบประเมินทั้งระบบ (จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร) อีกทั้งประเทศผู้ซื้อยังมีกฎระเบียบและมาตรฐานที่แตกต่างกัน ดังนั้นประเทศผู้ขายต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่ประเทศผู้ซื้อจะนำมาอ้างในการไม่รับซื้อสินค้าปศุสัตว์ของไทย ในด้านอาหารสัตว์แล้วประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวในหลายด้าน เช่น

           1. บุคลากร ต้องเร่งพัฒนาให้รู้ ระบบมาตรฐานต่างๆ
           2. การติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในด้านการใช้อาหารสัตว์ทั้งระบบ
           3. การพัฒนาห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ให้มีศักยภาพทัดเทียมนานประเทศเพื่อเป็นจุดยืนยันผลกรณีเกิดปัญหาด้านคุณภาพาอาหารสัตว์
           4. พัฒนากฎระเบียบให้สอดคล้องกับระบบสากล
           5.นำระบบมาตรฐานต่างๆมาใช่ปฏิบัติ เนื่องจากการใช้ระบบต่างๆ ต้องใช้เงินทุน ระยะเวลาในการแก้ไขระบบการผลิตให้ได้มาตรฐาน แม้จะต้องใช้จ่ายในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังมีปัญหาด้านการเงิน แต่จำเป็นต้องลงทุน
           6.ให้ความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรผู้ใช้อาหารสัตว์และผู้ขายอาหารสัตว์ให้ดูแลจัดการอาหารสัตว์ให้ถูกต้องเพื่อมิให้เกิดความไม่ปลอดภัยในขั้นตอนของผู้ขายหรือเกษตรกร

 

           จากข้อมูลข้างตอนจะเห็นได้ว่าความปลอดภัยของอาหารสัตว์เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต้องให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เกษตรกรจนถึงผู้บริโภคเน้นในจุดนี้ในเชิงปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัยของอาหารสัตว์ ระบบมาตรฐานต่างๆ ที่องค์การระหว่างประเทศ เช่น CODEX และอื่นๆ ยอมรับ จึงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องนำมาใช้ เพื่อว่าผู้ค้า ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกจะได้มีความมั่นใจในสินค้าปศุสัตว์ของไทยซึ่งมีความปลอดภัยตามหลักสากลแล้วนี้ยังส่งผลให้ลดอันตรายต่อสุขภาพสัตว์ ปลอดภัยจากโรคสัตว์ สารพิษ สารตกค้างต่างๆอย่างไรก็ตามการดำเนินการจะประสบความสำเร็จต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย และเกษตรกร เนื่องจากมีส่วนช่วยให้อาหารสัตว์

 



 

 
 
Untitled Document
 
Copyright 2006, NU Com-science 4. All rights reserved  
  Tel : (086) 7312077, (086) 1158880 ,   (081) 0292108